เข้าสู่ห้องเรียน

เลือกห้องเรียน

กรุณาเลือกปีที่สมัครเรียนกับทางเทรนครู

Menu

กอปศ.ชูพื้นที่นวัตกรรมพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก

ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา(กอปศ.) เปิดเผยว่า จากการประชุม กอปศ. เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมได้สรุปบทบาทภาคเอกชนในการจัดการศึกษา พร้อมข้อเสนอประกอบรายงานของ กอปศ.ที่จะเสนอรัฐบาล โดยที่ประชุมอยากเห็นภาคเอกชนมีสัดส่วนในการจัดการศึกษามากขึ้น เนื่องจากมีความคล่องตัว มีคุณภาพ สามารถพัฒนาและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้มากกว่าภาครัฐ ซึ่งต่อไปจะมีการจัดการศึกษาที่ไม่ใช่ระบบโรงเรียนทั้งหมด ดังนั้นจะต้องปรับโครงสร้างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) ให้สามารถทำงานได้ครอบคลุมมากขึ้น

ประธานกอปศ. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังหารือถึงการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนน้อยกว่า 120 คน ซึ่งมีกว่า 1.5 หมื่นโรง หรือครึ่งหนึ่งของโรงเรียนกว่า 3.3 หมื่นโรงทั่วประเทศ เนื่องจากอนาคตแนวโน้มโรงเรียนขนาดเล็กจะมีเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากอัตราการเกิดน้อยลง การคมนาคมดีขึ้นทำให้เด็กสามารถไปเรียนในโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพได้ ดังนั้นโรงเรียนที่เคยมีนักเรียนมากกว่า 120 คน ก็มีโอกาสกลายเป็นโรงเรียนขนาดเล็กได้ อีกทั้งรายงานของธนาคารโลก ก็ระบุว่า ประเทศไทยลงทุนกับโรงเรียนขนาดเล็กไปมาก แต่ผลสัมฤทธิ์ที่ได้ต่ำ ซึ่งจำเป็นจะต้องเร่งแก้ไข โดยมีเป้าหมายคือ ทำอย่างไรให้โรงเรียนขนาดเล็กมีคุณภาพได้

“กอปศ.จะเสนอรูปแบบการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ตาม พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ.2562 โดยจะเสนอให้เลือกโรงเรียนขนาดเล็กประมาณ 1,000 โรงมาเป็นโรงเรียนนำร่องพื้นที่นวัตกรรม โดยคัดเลือกจากโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลหรือบนเกาะ จำนวน 1 ใน 4 และ โรงเรียนพื้นที่ปกติทั่วไป 1 ใน 10 ทั้งนี้ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการพื้นที่นวัตกรรมและคณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรม เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกว่าจะให้พัฒนาโรงเรียนใดเป็นพิเศษ เพื่อเป็นตัวอย่างการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก ที่เน้นเรื่องคุณธรรม ความดี”ศ.นพ.จรัสกล่าว


ขอบคุณข้อมูลจาก www.dailynews.co.th

อ่านแล้ว 

1 ความเห็นบน “กอปศ.ชูพื้นที่นวัตกรรมพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก

  1. วรเชษฐ์ จันทร์ภิรมย์ วรเชษฐ์ จันทร์ภิรมย์ พูดว่า:

    ถูกต้องและเห็นด้วยครับสำหรับการพัฒนา รร.ขนาดเล็กโดยใช้นวัตกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาให้ครูและนักเรียนได้พัฒนาศักยภาพของตนเองให้บรรลุเป้าหมายสำหรับโรงเรียนที่อยู่ห่างไกลไม่สามารถรวมให้เป็นโรงเรียนขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ได้ ส่วนประเด็นโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ตามพื้นราบที่สามารถเดินทางไปมาหาสู่กันได้สมควรที่จะรวมกันได้แล้วประเด็นคือทุกวันนี้จะเห็นว่าโรงเรียนขนาดเล็กมีเยอะมากงบประมาณต้องหมดไปกับปัจจัยพื้นฐานสร้างและซ่อมจะลงถึงตัวเด็กจริงๆยากมาก คนน้อยงบน้อยปัญหาที่ตามมาคือครูต้องเป็นไปตามสัดส่วนที่ กคศ.กำหนดแล้วจะพัฒนาให้เด็กไทยมีคุณภาพได้อย่างไร สมควรอย่างยิ่งที่ต้องมีการกำหนดพื้นที่ในหนึ่งตำบลหนึ่งโรงเรียนหรือกำหนดขนาดจำนวนนักเรียนไม่เกิน 250-500 คนต่อโรงเรียนวางแผนพัฒนาระยะยาวซัก 10 ปีโดยกำหนดมาตรการการลงทุนทั้งด้านอาคารและสิ่งแวดล้อมตลอดถึงการพัฒนาทั้งเรื่องหลักสูตรการสอน การพัฒนาครู จัดหาสิ่อวัสดุอุปกรณ์และสื่อเทคโนโลยีให้มีความพร้อมทุกด้าน มีความเชื่อว่า หากงบประมาณซึ่งมีอยู่อย่างมากมายมหาศาลแล้วนำมากำหนดวางแผนแนวทางในการสร้างคุณภาพการศึกษาอย่างจริงจังเด็กไทยไม่ได้ด้อยกว่าชาติใดเลยนะขอรับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


กลับสู่ด้านบน
Scroll To Top