เข้าสู่ห้องเรียน

เลือกห้องเรียน

กรุณาเลือกปีที่สมัครเรียนกับทางเทรนครู

Menu

การลงโทษเด็กอย่างไม่เป็นธรรม ร้ายแรงกว่าที่คิด

คุณครูอาจจะเห็นในหน้าหนังสือพิมพ์ หรือข่าวตามสื่อต่างๆ ที่มีการปฏิบัติตัวอย่างเหลื่อมล้ำระหว่างนักเรียนด้วยกัน จากทั้งเรื่องสีผิว การล้อชื่อพ่อแม่ ไปจนถึงการล้อเลียนปมด้อยต่างๆ แล้วก็ได้แต่ถอนใจว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นระหว่างเด็กด้วยกัน แต่หารู้ไม่ว่า ตัวคุณครูเองอาจจะมีบางเวลาที่พลั้งเผลอปฏิบัติตัวเหลื่อมล้ำและไม่เป็นกลางเหมือนกัน ซึ่งการกระทำที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์นี้ก็เกิดขึ้นในต่างประเทศเช่นกัน ซึ่งการกระทำเหล่านี้จะส่งผลอะไรกับเด็กๆบ้าง เทรนครูจะพาไปดูครับ


จากผลการวิจัยในประเทศอเมริกาในปี2018 พบว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของเด็กชายผิวดำที่เกิดในปี 1998-2000 และเข้าเรียนในหลายเมืองใหญ่ของสหรัฐอเมริกาถูกพักการเรียนหรือไล่ออกตอนอายุ 9 ขวบ แต่เด็กชายผิวขาวที่กลับมีเพียง 8 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และการวิจัยยังพบว่า ความแตกต่างนี้เกี่ยวข้องกับนโยบายด้านระเบียบวิจัยของโรงเรียนและวิธีคิดของครูมากกว่าความประพฤติของนักเรียน และแนวคิดนี้เป็นส่วนหนึ่งจากอคติโดยนัย (implicit bias) โดยพฤติกรรมไม่ดีของเด็กชายผิวดำมักถูกมองว่าแย่กว่าเด็กชายผิวขาว
ซึ่งในประเทศไทยนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่มีเรื่องทำนองเดียวกันนี้เกิดขึ้น และการเหลื่อมล้ำไม่ได้มีเพียงแค่สีผิว ยังรวมไปถึงรูปร่างหน้าตา ฐานะทางสังคม ปมด้อยต่างๆ ที่ทำให้เด็กที่ถูกล้อถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมจากเพื่อนร่วมชั้น นอกจากนี้ยังมีคุณครูที่อาจร่วมผสมโรงไปด้วย โดยอาจจะมาในหลายรูปแบบ ทั้งการพูดหยอกล้อ เย้าแหย่ปมด้อยนั้นเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ไปจนถึงการดุด่าต่อว่าประจานเด็กที่มีปมด้อยอย่างรุนแรงกว่ามากเมื่อเทียบกับเด็กคนอื่น โดยอาจหลงลืมไปว่าปัญหาของคนเรานั้นความหนักเบาไม่เท่ากัน บางทีเรื่องที่เล็กในความคิดผู้อื่นอาจเป็นเรื่องใหญ่โตในความคิดตนเองก็เป็นได้
จะดีกว่าหรือไม่ถ้าคุณครูที่มีความคิดเช่นนี้ควรเริ่มเปลี่ยนจากความคิดตนเองเสียก่อน ยอมรับในความแตกต่างทางกายภาพและสภาพปัญหาที่ก่อให้เกิดปมด้อยของคนแต่ละคน จากนั้นจึงเริ่มปลูกฝังให้เด็กๆปฏิบัติกับเพื่อนที่มีความแตกต่างอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม มองการล้อเลียนว่าเป็นเรื่องที่ไม่สนุกและไม่ตลกไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับใคร และสอนให้มองว่าถ้าเด็กที่ล้อเป็นฝ่ายถูกล้อบ้างจะเป็นอย่างไร โดยอาจจะค่อยๆสอนเรื่องนี้ในชั่วโมงโฮมรูม มีการเปิดใจระดมพลังสมองในการที่จะแก้ไขเรื่องนี้ไปพร้อมๆกัน
เพื่อที่จะทำให้โรงเรียนเป็นสถานที่ที่เด็กอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย สบายใจ และอบอุ่นใจ เพื่อที่จะได้ไม่มีเด็กที่ถูกโรงเรียนและการศึกษาทำร้ายและถูกทอดทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง…

ขอบคุณข้อมูลจาก :  thepotential.org

อ่านแล้ว 860 ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


กลับสู่ด้านบน
Scroll To Top