เข้าสู่ห้องเรียน

เลือกห้องเรียน

กรุณาเลือกปีที่สมัครเรียนกับทางเทรนครู

Menu

นักหาของหายในโรงเรียน

วันหนึ่ง ในระหว่างที่ผมกำลังเดินอยู่ มีนักเรียนเอาดินสอแท่งหนึ่งมาให้ผม แล้วบอกว่า “เก็บได้ครับ”  เรื่องข้าวของหายเป็นปัญหาที่ครูจะต้องพบเจออยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด บางครั้งตะปูตัวเดียวก็ต้องแจ้ง เด็กชายเอ่ยถามผมต่อว่า “ของใครครับครู?” ผมได้แต่ยิ้มไม่รู้จะตอบไปว่าอย่างไร ในใจก็ได้แต่คิดว่า “ถามครูแล้วครูจะไปถามใครละ” แต่เด็กก็คือเด็ก พวกเขาคิดเสมอว่า ครูจะต้องพึ่งพาได้ทุกอย่าง ดังนั้นผมจึงรับไว้ทุกครั้งจนในกระเป๋ากางเกงเต็มไปด้วยข้าวของที่แจ้งหาย

 

จนวันหนึ่งผมรู้สึกว่าหน้าที่รับของหายมันกลายเป็นภาระที่ชวนหงุดหงิดอยู่บ้าง บางครั้งนักเรียนก็ตามผมไปถึงบ้านพักเพื่อแจ้งของหายเล็กๆน้อยๆ จนผมอดสงสัยไม่ได้ว่าทั้งโรงเรียนนี้ไม่มีครูคนอื่นเลยหรอ ทำไมจึงต้องตามหาแค่ผมเท่านั้น ผมเองก็อยากมีชีวิตส่วนตัวบ้าง จนวันหนึ่งผมก็เข้าใจว่าทำไม

 

วันนั้นผมอยู่ในห้องพักครูพร้อมกับเพื่อนครูคนอื่นๆ มีนักเรียนนำเงิน 1 บาทมาแจ้งของหายกับคุณครูที่เขาคุ้นเคย ครูท่านนั้นตอบไปว่า “เงินแค่บาทเดียวไม่ต้องเอามาแจ้งก็ได้จ๊ะ” ที่ครูท่านนั้นตอบออกไป เขาอาจจะไม่คิดอะไรเพราะด้วยจำนวนเงิน ด้วยภาระงานหรืออะไรก็ตามแต่ แต่สำหรับผม ผมคิดเพราะคำพูดนั้นเท่ากับการปฏิเสธความซื่อสัตย์ของนักเรียน ผมมีกฎของผมอยู่ข้อหนึ่งคือ หากนักเรียนนำเงินมาแจ้งหายไม่ว่ามูลค่าเท่าไหร่จะต้องรับไว้เสมอ เพราะความซื่อสัตย์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณของเงินแต่มันขึ้นอยู่กับเจตนาของเขา ครูจึงควรสนับสนุนความซื่อสัตย์ของนักเรียนไม่ว่ามันมูลค่าเท่าไหร่

“ถ้าคนบนโลกนี้ไม่ต้องการคำชื่นชมทำดีไม่หวังผลจริง เราจะไม่มีทางเห็นรายนามผู้บริจาคที่เขียนตามฝาผนังวัดทุกวัดอย่างยาวเหยียด  เวลาทำดีเราก็ต้องการแค่ให้คนอื่นมองเห็น ไม่ใช่รับรู้แต่ในวันที่ทำผิด”

บางครั้งคนเราก็ต้องการได้รับคำชม แม้จะมีคำพูดว่าทำดีอย่าหวังผล แต่จะมีสักกี่คนที่เข้าใจและทำมันได้ละ พวกเด็กๆ ยังไม่เข้มแข็งขนาดนั้น ถ้าคนบนโลกนี้ไม่ต้องการคำชื่นชมทำดีไม่หวังผลจริง เราจะไม่มีทางเห็นรายนามผู้บริจาคที่เขียนตามฝาผนังวัดทุกวัดอย่างยาวเหยียด  เวลาทำดีเราก็ต้องการแค่ให้คนอื่นมองเห็น ไม่ใช่รับรู้แต่ในวันที่ทำผิด จุดเริ่มต้นของสิ่งที่ยิ่งใหญ่เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ “ไหมเส้นเดียวไม่เป็นด้าย ไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า” ถ้านักเรียนทำความดีไม่ว่าเท่าไหร่เราควรสนับสนุนไม่ใช่ตีค่าออกมาเป็นราคาแล้วบอกว่ามันน้อยเกินไป หลังจากวันนั้นผมก็เลิกสงสัย “เพราะผมอาจจะเป็นคนเดียวที่รับรู้และมองเห็นพวกเขาในวันที่ทำดี พวกเขาจึงตามหาผมอยู่เสมอ” และผมคงยังต้องรับแจ้งเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ต่อไป

 

เมื่อกลับมาถึงห้องผมล้วงดินสอและสิ่งของที่แจ้งหายอื่นๆออกมา ดึงลิ้นชักใต้โต๊ะแล้วโยนทุกอย่างลงไป…นี่เป็นสิ่งของชิ้นที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ ที่กองสุมอยู่ใต้ลิ้นชักโต๊ะผมโดยที่ยังไม่มีใครมาเอาไป

นามปาก 

ครูอากาศ

ใครบางคนอาจเดินทางมาแสนไกล  เพียงเพื่อพบว่าปลายทางไม่มีใครเหลืออยู่

อ่านแล้ว 257 ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


กลับสู่ด้านบน
Scroll To Top