เข้าสู่ห้องเรียน

เลือกห้องเรียน

กรุณาเลือกปีที่สมัครเรียนกับทางเทรนครู

Menu

รับนร.ยังวุ่น!ร้องสอบ-ร้องเรียน เด็กพื้นที่บริการจริงหรือไม่

จากกรณีผู้ปกครองนักเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่บริการของโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ซึ่งสอบติดบัญชีสำรอง ได้ร้องเรียนขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของนักเรียนในเขตพื้นที่บริการที่สอบผ่าน ว่าเป็นนักเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่บริการจริงหรือไม่นั้น วันนี้ (7 พ.ค.) ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยังไม่ได้รับรายงานกลับมา อย่างไรก็ตามตนได้ให้แนวทางไว้แล้วว่า ต้องให้โอกาสเด็กให้มากที่สุด ในอดีตประเทศไทยรณรงค์ให้คนเรียนต่อให้วิธีที่หลากหลายรวมถึงออกกฎหมายบังคับ แต่ปัจจุบันประชาชนต้องการมีการศึกษาเพื่อการพัฒนาประเทศ ดังนั้นอะไรที่จะทำให้ประชาชนได้มีโอกาสทางการศึกษาก็ต้องทำ แต่ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และโรงเรียนต้องไม่ทำผิดระเบียบหรือเบียดบังคนอื่น ดังนั้นเรื่องนี้คงต้องขอดูข้อเท็จจริงก่อน

ต่อข้อถามว่า หากตรวจสอบพบภายหลังว่าเด็กไม่ได้อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่จริงจะหมดสิทธิเรียนหรือไม่ เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า ตนก็ยังไม่ทราบว่าจะตัดสินอย่างไร แต่เท่าที่ดูหลายเรื่องในหลักปกครองอะไรที่เลยไปแล้ว นักเรียนควรจะได้รับการคุ้มครองสิทธิหรือไม่ เพราะถ้าประกาศชื่อไปแล้วมีการซื้อเสื้อผ้าชุดนักเรียนและเปิดเรียนแล้วไปเอาเด็กออก จะเป็นเรื่องที่สมควรหรือไม่ นี่เป็นเรื่องของหลักมนุษยธรรม ส่วนผิดถูกเป็นอีกเรื่อง เพราะถ้าถึงขั้นต้องไปตัดสิทธิเด็กจะทำได้หรือไม่ ส่วนที่มีการมองว่าจะเป็นตัวอย่างกับคนอื่นในปีต่อไปหรือไม่ เรื่องนี้ สพฐ.ไม่มีหน้าที่ที่จะไปตัดสิน คงต้องรอฟังจากคณะกรรมการรับนักเรียนของโรงเรียน และคำประกาศจาก ผอ.โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม หากเด็กถูกตัดสิทธิในการเรียนถือเป็นคำสั่งทางการปกครอง ซึ่งหากประชาชนได้รับผลกระทบสามารถที่จะไปฟ้องศาลปกครองเพื่อคุ้มครองสิทธิได้

ทั้งนี้ นายพิชัย พูนศักดิ์ไพศาล ผู้ปกครองนักเรียนที่สมัครสอบในเขตพื้นที่บริการของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย แต่ถูกตัดสิทธิ์เพราะไม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่จริง ได้นำบุตรชายมาติดตามความคืบหน้า ที่อาคาร สพฐ.4 หลังยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมที่ สพฐ. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 1 และโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โดยนายพิชัย กล่าวว่า เนื่องจากใกล้เปิดเทอมแล้วจึงมาติดตามเรื่องที่ได้ยื่นขอความเป็นธรรม กรณีถูกชายถูกตัดสิทธิ์การสมัครสอบในเขตพื้นที่บริการ เพราะมีชื่อเรียนอยู่ที่ จ.กาญจนบุรี แต่ก็เดินทางมาอยู่อาศัยทุกเสาร์ อาทิตย์เพื่อเรียนพิเศษ ที่ผ่านมาเกณฑ์การรับนักเรียนเดิม กำหนดให้เด็กอยู่ในทะเบียนบ้าน 2 ปีและบิดามารดาเป็นเจ้าบ้าน ซึ่งตนก็เป็นเจ้าบ้านและลูกก็อยู่ครบ 2 ปีตามเกณฑ์ แต่เมื่อเปลี่ยนเกณฑ์ใหม่ทำให้เด็กเสียสิทธิ์ และการจะเปลี่ยนเกณฑ์ใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ควรจะแจ้งล่วงหน้าเป็นปี ไม่ใช่ประกาศใช้กระชั้นชิด แล้วสิ่งที่ผู้ปกครองเตรียมตัวมาเป็น 2-3 ปีจะทำอย่างไร จึงต้องมาขอความเป็นธรรม ซึ่งทาง สพฐ.ขอให้รอฟังผลการพิจารณาต่อไป.                    

ขอบคุณข้อมูลจาก  www.dailynews.co.th

อ่านแล้ว 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


กลับสู่ด้านบน
Scroll To Top