เข้าสู่ห้องเรียน

เลือกห้องเรียน

กรุณาเลือกปีที่สมัครเรียนกับทางเทรนครู

Menu

สาธิต ม.ธรรมศาสตร์’ คืนสิทธิ ‘ครู’ พัฒนาตัวเองเพื่อผู้เรียน

ก้าวสำคัญของโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยได้ริเริ่มโครงการ Professional Development หรือ PD เพื่อปลูกความรู้สึกของครูว่าตนเองมีสิทธิในการพัฒนาศักยภาพเพื่อตอบสนองโจทย์ใหญ่ของทางโรงเรียนคือ เด็ก หรือผู้เรียน

อมรรัตน์ สีหะปัญญา หรือ ครูส้ม ผู้ดูแลโครงการ Professional Development โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล่าว่า ในฐานะชุมชนแห่งการเรียนรู้ก็ตระหนักและให้ความสำคัญกับบุคลากรที่เป็นแม่พิมพ์ของชาติ จึงได้ริเริ่ม PD โดยเมื่อราว 2 ปีที่แล้ว ก่อนโรงเรียนเริ่มเปิดการเรียนการสอน ทางผู้บริหารและคณะครูได้ร่วมกันประชุมและเล็งเห็นว่าโรงเรียนมีทรัพยากรครูที่มีความแตกต่างหลากหลาย ซึ่งเกือบทั้งหมดมิได้จบครูมาโดยตรง แต่ว่าปลายทางของทุกคนคือ ร่วมกันสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ การพัฒนาตัวเองของครูให้มีความพร้อมและมีศักยภาพมากพอที่จะออกแบบกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเติบโตตามศักยภาพและความหลากหลายได้อย่างสูงสุด จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ PD ในวันนี้

ครูส้ม เล่าอีกว่า ระยะที่ 1 ของโครงการ เป็นการเตรียมความพร้อมให้ครูตั้งแต่ก่อนเปิดโรงเรียนด้วยการเติมเครื่องมือที่หลากหลาย เช่น Socratic teaching, Happiness classroom และ ศิลปะในการสะท้อนการเรียนรู้ ให้กับครู แต่การออกแบบและการจัดกระบวนการเรียนรู้ คือ สิ่งที่ทางคุณครูทุกท่านให้ความสำคัญ โดยเน้น 3 ประเด็นหลัก คือ จะนำเด็กเข้าสู่กระบวนการได้เรียนรู้อย่างไร จะให้กระบวนการแก่ครูอย่างไร และจะพาเขาไปต่อในกระบวนการได้อย่างไร ซึ่งครูของเราได้มีการจำลองการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามกลุ่มประสบการณ์ (5 กลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้) ในฐานะครูจะมองเห็นความพร้อมและปัญหาที่ต้องพัฒนาตัวเองต่อไป จากการสะท้อนความคิดจากเพื่อนครูที่จำลองบทบาทของผู้เรียน รวมถึงการแลกเปลี่ยนความคิดกับวิทยากร เพราะเราเชื่อว่าโรงเรียนแห่งนี้คือชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่ต้องเดินไปด้วยกัน

วันนี้ ครูของโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้นำเครื่องมือ และการจัดกระบวนการเรียนรู้ไปใช้กับเด็กๆ แล้ว 1 ภาคการศึกษา ซึ่งประสบการณ์ที่ครูแต่ละท่านได้พบเจอในชั้นเรียนได้กลายเป็นโจทย์ของ PD ในระยะที่ 2 ซึ่งกำลังดำเนินกิจกรรมอยู่ในปัจจุบัน

โจทย์ยากของครูไทยคือ การรับระบบพัฒนาครูมาจากส่วนกลาง ซึ่งแปลว่าครูทั้งประเทศจะรับรู้เรื่องเดียวกัน ดังนั้นจะดีกว่าหรือไม่ หากระบบพัฒนาครูมาจากส่วนกลาง จะเป็นแค่แนวคิด ซึ่งผู้บริหารแต่ละโรงเรียนนำมาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทที่แวดล้อม

“สิ่งสำคัญที่สุดคือการได้รับสิทธิที่จะพัฒนาตัวเองของกลุ่มครูในโรงเรียนให้ยั่งยืน เพื่อสร้างการเรียนรู้บนฐานของประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในชุมชนแห่งการเรียนรู้นั้นๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องครูหรือเรื่องการศึกษา ควรเปิดโอกาสให้ครูมีสิทธิในการพัฒนาตัวเองอย่างเต็มที่ กล้าคืนอำนาจในการพัฒนาตัวเองให้กับครู กระตุ้นให้เขารู้สึกว่าทุกคนสามารถสร้างการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองได้ โดยเชื่อมโยงจากประสบการณ์จริง ทำให้ครูรู้ว่าภาครัฐหรือหน่วยงานยอมรับฟังความคิดของพวกเขาโดยไม่ตัดสินว่า คิดแบบนี้ผิดหรือถูก และกลุ่มครูของแต่ละโรงเรียนต้องลงมือปรุงกระบวนการที่เรียกว่า PD ขึ้นมาเอง เพื่อพัฒนาศักยภาพที่ต่างกันของครูแต่ละคนให้ตอบสนองกับเด็ก” ครูส้ม กล่าว

อย่างไรก็ตามการทำงานของครูเพียงคนเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างประสบการณ์ทางการเรียนรู้ให้ผู้เรียน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือ และความร่วมใจกันของนิเวศการเรียนรู้ในโรงเรียนนั้น ทั้งเพื่อนครูในศาสตร์ต่างๆ ผู้ปกครอง ผู้บริหาร ผู้เรียน และภาคส่วนอื่นๆ เพื่อร่วมมือกันสร้าง Human Capital ของประเทศเราให้มีคุณภาพสู่สังคม ซึ่งครูของโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ได้รับสิทธิและอิสระในการพัฒนาศักยภาพ เติมเต็มศาสตร์ที่ตนเองสนใจ และสร้างอัตลักษณ์ของตัวเองขึ้นมา

โดยโครงการมีแผนระยะยาว 5 ปี ซึ่งแต่ละปีจะมี outcome ต่างกันตามโจทย์ที่เจอ ซึ่งปลายทางโครงการ PD ของ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น นอกจากการพัฒนาครู ยังจะสร้างนวัตกรรมของการพัฒนาครู เพื่อสร้างการเป็นนักจัดการเรียนรู้มืออาชีพ นั่นเอง

 

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.matichon.co.th

อ่านแล้ว 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


กลับสู่ด้านบน
Scroll To Top