เข้าสู่ห้องเรียน

เลือกห้องเรียน

กรุณาเลือกปีที่สมัครเรียนกับทางเทรนครู

Menu

หน้าที่สำคัญของครู ปลุกความคิดสร้างสรรค์ให้กับศิษย์

การปลุกความคิดสร้างสรรค์ของครูเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก สิ่งแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้ ล้วนเกิดจากความคิดสร้างสรรค์และแตกต่างจากผู้คนทั่วไป เกิดจากฝันและจินตนาการของผู้กล้าที่ไม่กลัวความต่าง ด้วยความสำคัญดังกล่าวความคิดสร้างสรรค์จึงถูกบรรจุไว้ในหลักสูตรตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และถูกบรรจุในหลักสูตรของทุกระดับ

ครูเป็นบุคคลสำคัญ (คนหนึ่ง) ที่จะทำให้ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กๆ พัฒนาขึ้น โดยการกระตุ้นให้เด็กๆ มีจินตนาการ มีฝัน (ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้ในเดี๋ยวนั้น) มีความคิดใหม่ๆ แปลกๆ แหวกแนวไม่เหมือนใคร อีกทั้งมีความคิดที่มีมิติ มีความคิดที่มีลักษณะหลากหลายมุมมองและมีความละเอียดในแง่มุมที่คิดนั้น

การที่จะทำให้ความคิดในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นนั้น ครูจะต้องตระหนักในบทบาทการเป็นผู้ช่วย (ขอย้ำว่าเป็นเพียงแค่ผู้ช่วยเท่านั้นจริงๆ ห้ามเป็นผู้ลงมือลงแรง ลงหัวคิดเสียเอง) แต่ครูจะต้องเป็นผู้ช่วยฝีมือดี ที่ต้องมี 2 รู้ คือ รู้เขา และ รู้เรา (รบทุกครั้ง ชนะทุกครั้ง)

1. รู้เขา
บทบาทของครู ต้องรู้เขาใน 2 ลักษณะ คือ
1.1 รู้จักความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักที่จะพัฒนาให้เกิดขึ้น โดยครูจะต้องรู้จักความคิดสร้างสรรค์อย่างสนิทสนมคุ้นเคยและลึกซึ้งมากพอ ทั้งรู้ว่าความคิดสร้างสรรค์คืออะไร เกิดได้อย่างไร รู้ว่าเกิดหรือไม่ เกิดในปริมาณมากน้อยเพียงไรและทำอย่างไรจึงจะเกิดขึ้น
1.2 รู้จักเด็ก โดยเฉพาะรู้จักจริต ความชอบ บุคลิกความถนัด ตลอดจนรู้ระดับความคิดสร้างสรรค์ที่มีอยู่การที่ครูรู้จักจริต ความชอบ บุคลิก ความถนัดของเด็ก ก็จะทำให้สามารถเลือกสรรกิจกรรมที่เหมาะกับจริตของเด็ก เนื่องด้วยความคิดสร้างสรรค์สร้างได้ ผ่านกิจกรรมต่างๆ มากมาย (มิใช่เพียงการวาดภาพเท่านั้น) เด็กคนใดที่มีจริต ความชอบแบบใดก็เลือกสรรกิจกรรมให้เหมาะสม
ในการที่ครูจะรู้ระดับความคิดสร้างสรรค์ที่มีอยู่ของเด็กอาจจะทำได้หลายลักษณะ ทั้งการตรวจสอบอย่างเป็นทางการผ่านแบบทดสอบก็ได้ หรืออาจจะใช้การสังเกตพฤติกรรม และผลการคิด ที่อาจจะสะท้อนผ่านผลงานหรือคำพูด โดยอาจจะพิจารณาตามองค์ประกอบของความคิดสร้างสรรค์ ดังนี้
ตรวจสอบความคิดคล่อง โดยสังเกตความรวดเร็วในการคิดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น บอกประโยชน์ของปากกามาให้มากที่สุดในเวลา 5 นาที
ตรวจสอบความคิดริเริ่ม โดยตรวจสอบความแตกต่าง ความแปลกของความคิดที่อาจจะเทียบเคียงกับกลุ่มเพื่อนวัยเดียวกัน กลุ่มเดียวกัน หรือเทียบเคียงกับความคิดเดิมที่เคยคิด
ตรวจสอบความคิดหลากหลาย (ยืดหยุ่น) โดยสังเกตจำนวนแง่มุมในการคิด ผู้เรียนที่มีความคิดหลากหลายจะคิดเรื่องต่างๆ ในหลายแง่ มีมุมมองมากมาย
ตรวจสอบความคิดละเอียดลออ โดยพิจารณารายละเอียดของสิ่งที่คิด รายละเอียดของผลงานที่ปรากฏ
การตรวจสอบความคิดสร้างสรรค์โดยใช้กรอบดังกล่าว จะทำให้ครูรู้ข้อมูลของเด็กๆ ที่จะต้องช่วยเหลือว่ามีความคิดสร้างสรรค์ในองค์ประกอบลักษณะใด อยู่ในระดับใด ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญที่เปรียบดังแสงสว่างนำทางให้ครูออกแบบกิจกรรมได้เหมาะสม กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ได้มากขึ้น

2. รู้เรา
ก่อนที่จะลงมือพัฒนาเด็กให้มีความคิดสร้างสรรค์ ครูคงต้องรู้จักตนเองว่าเป็นอย่างไร มีบุคลิกลักษณะเอื้อต่อการช่วยเหลือเด็กให้มีความคิดสร้างสรรค์หรือไม่ โดยเรามีแนวทางปฏิบัติแบบนี้เพื่อให้เด็กๆ พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขาดังนี้
1.สร้างบรรยากาศสบาย ผ่อนคลาย เป็นกันเอง ยืดหยุ่น ตลก ขบขันและเชื่อมั่นว่าบรรยากาศที่สร้างจะทำให้ความคิดใหม่ฟักตัวขึ้นมา
2.ไม่เน้นระเบียบ แบบแผน กฎกติกามากเกินไปจนยับยั้งความคิดใหม่ที่กำลังงอกงาม
3.สร้างความเชื่อในความงดงามของความหลากหลาย มากมายมิติ และหลากแง่มุม
4.สร้างความเชื่อให้เกิดความมั่นใจในสิ่งที่คิด ผลการคิด และสิ่งที่เป็นอยู่ จนสลัดทิ้งความเชื่อในตัวอย่างที่ดีที่ถูกยกย่องว่าเป็นเลิศ และเลิก / ตัดขาด จากการเลียนแบบคนอื่นโดยสิ้นเชิง
5.มี / ใช้ สื่อ เทคนิค และวิธีการ กิจกรรม รูปแบบ แนวทางที่หลากหลายในการกระตุ้นให้เกิดความคิดในแง่มุมที่ไม่เคยคิดมาก่อน ทั้งวิธีการที่สร้างขึ้นมาเอง และวิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าเกิดผลดี อาทิ การระดมสมอง ซินเนคติค การอุปมาอุปไมย
6.ให้ความเคารพต่อทุกความคิดแม้จะไม่ดีนัก ไม่ตรงกับความคิดของเรา
7.ให้การเสริมแรงอย่างทันท่วงที จริงจัง จริงใจ และหนักหน่วง เมื่อบังเกิดความคิด ผลงานที่แปลกใหม่ แตกต่าง ไม่เหมือนใคร
8.สร้างพลังใจ และความมั่นใจ เมื่อเด็กๆ มีความกล้าหาญที่จะคิด ลงมือทำ / ผลิตผลงานที่มีความแตกต่าง
9.มีความอดทนรอความคิดใหม่ และกระตุ้นให้เกิดความเชื่อมั่นว่าความคิดใหม่จะต้องเกิดขึ้น
.
ขอบคุณข้อมูลจาก : www.mcpswis.mcp.ac.th

อ่านแล้ว 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


กลับสู่ด้านบน
Scroll To Top